เคล็ดวิธีดูแลผิวหน้าให้สวยใส ขจัดสิวอุดตันทุกรูขุมขน

สิวส่วนใหญ่มักจะเกิดตอนอยู่ในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากในช่วงวัยรุ่น จะมีต่อมไขมันที่ขยันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ส่งผลให้หน้ามันและอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิว วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีการป้องกันและการรักษาสิวมาบอกกัน…

การป้องกัน

1. อย่าลืมล้างเมคอัพก่อนเข้านอน

2. รักษาใบหน้าให้สะอาดเสมอ

3. ล้างหน้าวันละประมาณ 2-3 ครั้ง การล้างหน้าบ่อยเกินไปไม่ทำให้หยุดเป็นสิว แต่จะทำให้แพ้และสิวก็ขึ้นมามากกว่าเดิมอีก แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ผิวสกปรกเกินไป

4. อย่าเครียด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

5. ไม่มีคำยืนยันที่แน่นอนว่าขนมหวาน ๆ จำพวกช็อคโกแล็ตนั้น มีผลต่อการเป็นสิวหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ คือ ช็อคโกแล็ตทำให้อารมณ์ดี ไม่เครียด

การรักษา

1. ยาใช้รักษาสิวจะเป็นพวกกรดวิตามิน เอ ในกรณีนี้จะใช้ในคนที่เป็นสิวไม่หายและต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น เพราะอาจเป็นอันตรายได้

2. อย่าพยายามแต่งหน้าให้หนาเกินไป ในช่วงเป็นสิวควรแต่งหน้าแบบบางเบาหรืออาจไม่แต่งเลย แต่ถ้าเป็นสาวทำงานต้องสวยอยู่เสมอ ก็อย่าลงรองพื้นหนานัก เพราะจะทำให้เป็นสิว และยังเกิดรอยย่นได้ง่าย ๆ อีกด้วย

3.ในกรณีที่มีสิวเสี้ยน วิธีนี้อาจช่วยได้ ใช้ไข่ขาวพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

4. ทาครีมหรือเจลรักษาสิวที่มีส่วนผสมจำพวก ซาลิไซลิก แอซิด

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมหันมาดูแลรักษาผิวไม่ให้เป็นสิวกันดีกว่า

สูตรการดูแลผิวบนใบหน้าให้อ่อนเยาว์ด้วยผลไม้

ทุกวันนี้ผิวโดนทำร้ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือมลภาวะต่างๆ ถึงเวลา Back to the nature เพิ่มเติมความสดใสคืนสู่ผิวกันแล้วนะจ๊ะ สำหรับหนุ่มสาวที่อยากหน้าใสสวยเด้ง ฟังทางนี้ โบว์ มี 6 สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าขาวใส มาฝากกันโดยใช้ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบหลัก

1.สูตรหน้าใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว

ส่วนผสม:  น้ำผึ้ง 1 ถ้วย

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ: ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  • มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น

2. สูตรหน้าใสด้วยแอปเปิ้ล

ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น

  • สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย

3. สูตรกระชับรูขุมขน

ส่วนผสม: กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศ เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ดออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

น้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว

วิธีทำ: ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว นำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น

  • สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

4. สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)

ส่วนผสม: โยเกิร์ต ½ ถ้วย

น้ำมันดอกทานตะวัน

มะนาวสด1½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: ผสมโยเกิร์ต น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด

  • สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย

5. สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย

ส่วนผสม: กล้วย 1 ผล

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: บดกล้วยกับน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น

  • สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง

6. สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา

ส่วนผสม: แตงกวา 1 ผล หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ

ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว)

น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: นำแตงกวา ไข่ไก่(ใช้เฉพาะไข่ขาว)และมะนาว ไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น

  • เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม

Tips:

  • ผลไม้ที่ใช้ต้องสด มีคุณภาพดี
  • ภาชนะที่ใช้ใส่ผลไม้ ส่วนผสมต่างๆ ควรใช้แก้วหรือกระเบื้อง
  • ก่อนทำการพอกหน้า ควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด โดยการอัง ใบหน้ากับไอน้ำและนวดเบาๆ เพื่อเปิดรูขุมขน
  • เวลาพอกหน้าไม่ควรพูดคุยหรืออ่านหนังสือ

เคล็ดลับ 10 อย่างเพื่อให้ผมสวย มีชีวิตชีวา

เคล็ดลับการดูแลผมซึ่งสามารถใช้ได้กับผมปกติ เพื่อที่เส้นผมเหล่านี้จะอยู่กับคุณต่อไปได้นานๆ
เคล็ดลับ 10 ประการเพื่อผมสวย
นพ.ชูชัย ตั้งเลิศสัมพันธ์
คนส่วนมากมักมาพบแพทย์ผิว หนังด้วยเรื่องปัญหาผมร่วงหรือผมบางซึ่งมีสาเหตุมากมาย เช่น ผมร่วงเฉพาะที่ (Alopecia areta) ผมบางแบบกรรมพันธุ์ ผมร่วงจากความเครียด เป็นต้น ซึ่งการรักษาส่วนมากต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และระหว่างนี้คนเหล่านี้ก็มักจะถามว่าควรดูแลสุขภาพผมให้ดีได้อย่างไร? ซึ่งเป็นคำถามที่แพทย์ผิวหนังจะโดนถามบ่อยมาก ผมจึงรวบรวม ครับ
  • อย่ายุ่งกับผมมากนัก
    เวลาที่คุณไปร้านทำผมนั้น ช่างทำผมมักแนะนำให้ทำผมต่างๆ มากมายนอกจากการสระหรือตัดผม เช่น ย้อม ดัด หมัก และในปัจจุบันมีการทำสปาหนังศีรษะและผมอีก ซึ่งผมมักแนะนำว่าให้ทำได้แต่อย่าทำบ่อยเกินไป อย่าลืมว่าผมของคุณนั้นเป็นส่วนที่ตายแล้ว ถ้าคุณไปดัดหรือย้อมผมมากเกินไปจนเสียแตกหรือหักแล้วก็ไม่สามารถจะซ่อมแซม ได้ครับ
  • เลือกหวี (comb) ที่ดี
    สิ่งที่ทำอันตรายต่อเส้นผมหรือหนังศีรษะที่สำคัญประการหนึ่งคือการหวีผม เพราะเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องทำเป็นประจำทุกวัน ก่อนอื่นควรเลือกหวีที่มีฟันกว้างพอสมควร เพราะถ้าคุณเลือกหวีที่ฟันแคบไปก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นผมหรือหนังศีรษะได้ และถ้าสามารถเลือกหวีที่มีสารเทฟลอน (Teflon) เคลือบไว้ที่ฟันด้วยก็จะช่วยลดแรงเสียดทานต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย
    นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่าต้องหวีผมให้ได้ถึงวันละ 100 หนเพื่อให้ผมมีสุขภาพที่ดี เป็นความเชื่อที่ผิดนะครับ เพราะถ้าคุณหวีวันละ 100 หนเป็นเวลานานๆ ผมจะร่วงมากกว่าครับ เพราะเป็นการทำอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ โดยทั่วไปผมแนะนำให้หวีวันละ 5-10 ครั้งก็พอแล้ว
  • เลือกแปรง (brush) ที่ดี
    ลักษณะของแปรงผมที่ดี ควรมีตัวฟันแปรงห่างกันพอสมควร และทำด้วยพลาสติกที่มีปลายเป็นจุดบอลเล็กๆ ติดอยู่เพื่อลดโอกาสที่จะขีดข่วนทำอันตรายต่อหนังศีรษะของคุณ ปัจจุบันแปรงที่กำลังนิยมกันมากคือแปรงที่ทำจากไม้ซี่เล็กๆ มีปลายค่อนข้างแหลม เพราะเชื่อว่าเป็นผลิตธรรมชาติที่ดี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ วิธีง่ายๆ ในการเลือกซื้อก็คือลองแปรงผมของคุณ ถ้าคุณรู้สึกเจ็บหรือปวดก็แสดงว่าแปรงนั้นไม่เหมาะกับหนังศีรษะของคุณ
  • อย่าหวีผมตอนผมเปียก
    เวลาหลังสระผมนั้นผมมักจะเปียกและพันกัน คนส่วนมากมักจะหวีหรือแปรงผมเพื่อที่จะให้ผมดูดี แต่เวลาที่ผมเปียกนั้นเป็นช่วงที่เส้นผมจะอ่อนแอมากไม่ควรไปทำอะไรกับเส้นผม ช่วงนั้นมาก อาจจะใช้นิ้วมือช่วยสางผมจากโคนผมถึงปลายผม และเมื่อเวลาที่ผมเกือบแห้งแล้วจึงค่อยใช้หวีหรือแปรงผมจะดีกว่าครับ
  • ไม่ควรเป่าผมด้วยความร้อน
    คนส่วนใหญ่นิยมเป่าผมให้แห้งโดยใช้ความร้อนสูง โดยใช้เครื่องเป่าผมที่บ้านหรือใช้ที่ครอบผม (hood) ในร้านทำผม ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเพราะความร้อนจะสลายเส้นผมได้ และทำให้น้ำในเส้นผมระเหยออกอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิด “bubble hair” ซึ่งจะทำให้เส้นผมแตกหักได้ ความจริงแล้วควรใช้ที่เป่าผมให้ลมออกมาในอุณหภูมิปกติ (แต่ผู้ใช้ส่วนมากมักไม่ชอบ) ผมจึงแนะนำให้ใช้ความร้อนน้อยที่สุดก็แล้วกันครับ
  • อย่าแกะหรือเกาหนังศีรษะ
    ใน คนที่มีรังแคหรือผิวหนังอักเสบที่ศีรษะบางคนจะมีอาการคันที่หนังศีรษะร่วม ด้วย และมักจะคอยแกะหรือเกาทำให้ผมร่วงได้ ซึ่งบางทีจะรักษายากกว่าอาการรังแคเองเสียอีก ถ้าคุณมีรังแคหรือคันศีรษะมาก ควรพบแพทย์ผิวหนังดีกว่า เพราะอาจจำเป็นต้องใช้โลชั่นในกลุ่มของสเตียรอยด์ร่วมกับแชมพูยาสระผม และในรายที่มีอาการคันมากอาจต้องใช้ยา antihistamine ชนิดรับประทานเพื่อช่วยอาการคันในช่วงแรกครับ
  • ลองใช้ conditioning shampoo ดู
    ส่วน มากคนที่มาหาหมอผิวหนังนั้นมักมีผมที่เสียมากพอสมควร การใช้แชมพูที่ผสมครีมนวดผม (conditioner) จะช่วยได้ แต่หมอผิวหนังก็มักแนะนำให้ใช้แยกกันโดยใช้ครีมนวดผม (conditioner) ตามหลังแชมพู
  • ควรใช้ instant conditioner ตามหลังการสระผม
    instant conditioner ก็คือ conditioner ที่ใช้ทันทีหลังสระผม ซึ่งพวกนี้ระยะหลังๆ มักมีสารซิลิโคน (silicon) ประกอบด้วย การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้สภาพเส้นผมดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อยครับ
  • ลองใช้ deep conditioner อาทิตย์ละหน
    การใช้ deep conditioner จะเหมาะกับผมที่ได้รับการดัด ย้อม หรือทำเป็นเส้นตรง โดยการหมักไว้ประมาณ 20-30 นาที ซึ่งมี 2 ชนิด คือ ชนิดน้ำมัน (oil) หรือโปรตีน (protein) โดยมากผมมักแนะนำให้ใช้แบบโปรตีนเพราะใช้ได้ทุกสภาพเส้นผม ส่วนชนิดน้ำมันเหมาะกับผมหยักศกที่ยืดเป็นผมเส้นตรง
  • ตัดผมเสียที่ปลายผมออกไป
    คนส่วนมากมักไม่ค่อยอยากตัดผมที่เสียบริเวณปลายผมทิ้งเพราะอยากเก็บผมไว้ นานๆ แต่หมอผิวหนังมักแนะนำให้ตัดเล็มออกไป เพราะผมที่เสียแล้วไม่มีประโยชน์ แถมยังทำให้ผมฟูฟ่องจัดทรงได้ยากอีกด้วยครับ

เคล็ดลับแต่งหน้าสวย ด้วยวิธีแสนง่าย ใครทำก็ได้


Liner for Sharpened Eyes (สุดสัปดาห์)

อาย ไลเนอร์กลายเป็นของฮิตที่ไม่มีข้อบังคับ สาวตาตี่น่ะชอบอยู่แล้ว เพราะช่วยให้ตาดูกลมโตและเฉี่ยวเปรี้ยวขึ้นได้ ขนาดสาวที่ตาโตสวยอยู่แล้วก็ยังชอบ เพราะทริคในการกรีดอายไลเนอร์จะยิ่งทำให้ตาคมจนใครก็อยากมองนาน ๆ

เมคอัพอาร์ติสท์แนะนำอายไลเนอร์สติ๊กสำหรับนักวาดตามือใหม่ ใช้ง่ายเหมือนเขียนดินสอ แต่เท็กซ์เจอร์ที่ผสมน้ำมันทำให้เส้นดูวาวเกินไปเมื่อทาเสร็จ และอาจรวมตัวกับน้ำมันบนหน้าบนหน้าจนเลอะเป็นตาแพนด้าได้ เลยอยากให้ฝึกฝีมือจากอายไลเนอร์ชนิดน้ำของ Shu Uemura วาดพู่กันปลายเล็กไปตามแนวขนตาช้า ๆ แล้วตวัดขึ้นเลยหางตาเล็กน้อยเพื่อความเฉี่ยว หลับตารอให้แห้ง แล้วเพิ่มลูกเล่นที่หัวตาด้วยชิมเมอร์เนื้อครีมแตะเป็นไฮไลท์

TIP เพื่อลุคที่ดูโมเดิร์นเป็นพิเศษ ให้โชว์ตาสวยเฉี่ยวจากอายไลเนอร์ล้วน ๆ แบบม้วนเดียวจบโดยไม่ต้องปัดมาสคาราที่ขนตาอีก

Blush to Be Younger

การจะเนรมิตผิวหน้าสวยให้ใสปิ๊งเหมือนเพิ่งแตกเนื้อสาว ต้องไม่เลือกสีสด ๆ แสบ ๆ จากเครื่องสำอางโผล่ขึ้นมาแย่งความเด่นไปจากผิว สิ่งที่จะดูมีสีสันที่สุดจึงอยู่ที่สีแก้มระเรื่อ ซึ่งเกลี่ยให้กลมกลืนโดยใช้เฉดสีอ่อนนุ่มอย่างที่เรียกว่า neutral ทำให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่มีวันเอ๊าท์

ใช้นิ้วเกลี่ยรองพื้นเบา ๆ ดีกว่าการใช้ฟองน้ำ เพราะช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติกว่า ขั้นต่อไปใช้นิ้วแตะบลัชออนเนื้อครีม เช่น Stila Convertible Color เกลี่ยโหนกแก้มตรงบริเวณที่ยิ้มแล้วเต่งกลมเป็นลูกแอ๊ปเปิ้ล ตบแป้งฝุ่นโปร่งแสงทั่วใบหน้าแล้วตบท้ายด้วยบลัชออน Bobbi Brown Shimmer Brick ปัดทับแก้มอีกครั้ง

TIP อย่าเลือกสีบลัชออนที่เป็นสีชมพูเพียวๆ แต่เปลี่ยนเป็นสีชมพูอม น้ำตาล สีพีช หรือชมพูที่มีโทนสีเหลืองผสม ซึ่งจะกลมกลืนไปกับโทนสีผิวสาวเอเชียมากกว่า อย่าง Shu Uemura Blow On

Sexy with Lips & Lashes

ถ้าร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครบอกว่าคุณเป็นสาวเซ็กซี่ เห็นทีน่าจะนึกสนุกลองแต่งลุคนี้สักที เพื่อให้คนอื่นและตัวคุณเองเซอร์ไพร้ส์เล่น

จุดประกายความเซ็กซี่แบบเงียบ ๆ แต่มาแรง เริ่มจากลงครีมเตรียมผิว (primer) บางๆ ทั่วใบหน้าก่อนลงรองพื้น ดัดขนตา ปัดมาสคารา แล้วติดขนตาปลอมที่ขนตาข้างละ 3-4 ช่อให้ตาดูสวยปิ๊งเป็นประกาย ส่วนปากยกให้สีชมพูสดหรือสีแดงเบอร์รี่ที่กำลังอินเทรนด์ สำหรับสาวริมฝีปากบางที่อยากเพิ่มความเซ็กซี่อย่างคลาสสิก ให้ฝึกใช้พู่กันทาลิปสติกให้ทั่วริมฝีปาก และทาเลยขอบปากเล็กน้อยเพื่อให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเห็นผลทันตา สีแดงยอดฮิต ได้แก่ ลิปสติกของ Chanel, Lancome Palette Juicy Rouge และ Uemura Lolishine Reflects

TIP เลือกลิปสติกเนื้อกึ่งแมทท์ (semi-matte) เนื้อสีคล้ายกำมะหยี่และไม่เงาวับจนเกินไป ให้ความรู้สึกหรูแถมไม่เยิ้มเลอะง่ายเหมือนลิปกลอส